ภาษาไทย

ขายของออนไลน์อย่างไร? ให้มีคนซื้อ (ฉบับ 2022)

การขายของออนไลน์ได้เข้ามาปรับเปลี่ยนวิธีคิดในการเริ่มต้นทำธุรกิจอย่างสิ้นเชิง โดยข้อมูลจาก thinkwithgoogle กล่าวว่า 63% ของการซื้อของเกิดขึ้นบนโลกออนไลน์ ซึ่งหมายความว่ามีการซื้อขายออนไลน์มากขึ้น ปัจจุบันผู้คนมากมายผันตัวมาเป็นพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ ขายสินค้าธรรมดาๆ อย่างโลชั่นบำรุงผิว ไปจนถึงแรร์ไอเทมอย่างโมเดลเครื่องบิน ซึ่งใครๆ ก็อยากหารายได้พิเศษกันทั้งนั้นในยุคนี้ บางคนก็ยึดอาชีพขายของออนไลน์เป็นรายได้หลักจนประสบความสำเร็จอย่างงดงาม สามารถเลี้ยงชีพ เลี้ยงครอบครัวได้ด้วยการขายของออนไลน์ 

 คุณสามารถขายของให้ใครก็ได้ที่อาศัยอยู่แทบทุกพื้นที่บนโลกใบนี้ ไม่จำเป็นต้องขายภายในจังหวัด หรือแค่ภายในประเทศอีกต่อไป เพราะมีออนไลน์แพลตฟอร์มและเว็บไซต์หลากหลายไว้เป็นพื้นที่ในการขายของออนไลน์ ติดต่อสื่อสารกับลูกค้า แถมยังมีบริษัทขนส่งที่ผุดขึ้นเป็นดอกเห็ดมาช่วยอำนวยความสะดวก พร้อมรับส่งพัสดุถึงหน้าบ้าน พูดได้ว่าคุณสามารถทำเงินได้โดยแทบไม่ต้องก้าวเท้าออกจากบ้านเลยทีเดียว  

มาถึงตรงนี้ เราเชื่อว่าคุณคงมีความคิดอยากเริ่มขายของออนไลน์เหมือนกันใช่ไหม? อย่างที่กล่าวไว้ข้างต้นว่าพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์มีมากมาย ใครๆ ก็ขายของออนไลน์กันทั้งนั้น แต่จะทำอย่างไรให้ลูกค้าสนใจซื้อสินค้าของคุณ ทำอย่างไรให้เป็นที่รู้จัก โดดเด่นท่ามกลางร้านค้าคู่แข่งเป็นสิบเป็นร้อย คุณสามารถหาคำตอบได้จากบทความนี้เลย!

1. เลือกช่องทางการขายของออนไลน์ที่ใช่สำหรับคุณ

การขายของออนไลน์ทุกวันนี้ คุณไม่จำเป็นต้องถึงขั้นเปิดเว็บไซต์ หรือไปจดโดเมนเองอีกต่อไป เพราะมีแพลตฟอร์มออนไลน์ eCommerce ต่างๆ ช่วยอำนวยความสะดวกในการขายของออนไลน์ที่จำนวนมากให้เลือกใช้งานตามความต้องการ โดยผู้ซื้อก็มีพฤติกรรมการเลือกใช้งานแพลตฟอร์มต่างๆ แตกต่างกันออกไปตามความถนัดของตัวผู้ซื้อเอง โดย KUU ขอยกตัวอย่าง eCommerce สำหรับการขายของออนไลน์คร่าวๆ เช่น Lazada, Shopee, Amazon, Ebay, Etsy, Alibaba, etc.

อีกช่องทางที่สำคัญมากในการขายของออนไลน์ นั่นคือ Social platform อย่าง Facebook, Instagram, TikTok, Line Official Account, Twitter เป็นต้น พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ควรมีช่องทางการขายที่กล่าวมาข้างต้นอย่างน้อย 1 ช่องทาง เพื่อใช้ทำการโปรโมทร้านค้าของคุณ และใช้เพื่อการโฆษณา ซึ่ง KUU จะอธิบายเพิ่มเติมข้อต่อๆ ไป

 แต่ละแพลตฟอร์มจะมีจุดเด่นและจุดด้อยแตกต่างกัน ควรศึกษาให้ดีก่อนตัดสินใจเลือกใช้งาน และต้องคำนึงถึงพฤติกรรมการใช้งานของกลุ่มเป้าหมายของสินค้าคุณด้วย ยกตัวอย่างเช่น ผู้ซื้องานชาวไทยหรือชาวเอเชียส่วนใหญ่ มักเลือกซื้อของใน Shopee หรือ Lazada ในขณะที่ผู้ซื้อชาติตะวันตกมักใช้งาน Amazon, eBay, Etsy, etc. มากกว่า เป็นต้น การเลือกช่องทางการขายที่ตรงกับกลุ่มเป้าหมายของคุณ เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยในการขายของออนไลน์ให้มีคนซื้อ เรียกได้ว่าช่องทางการขายดี ก็มีชัยไปกว่าครึ่งเลยทีเดียว 

Photo by Campaign Creators on Unsplash

2. ทำรูปสินค้าให้น่าดึงดูดใจ 

 

อย่างที่เรารู้กันดีว่ามีร้านค้า มีพ่อค้าแม่ค้ามากมายเป็นพันเป็นหมื่นในตลาดขายของออนไลน์ คู่แข่งใหม่ๆ ไม่ว่าเจ้าใหญ่หรือเจ้าเล็กก็พร้อมที่จะขายของแบบตัดราคาเพื่อชนะใจลูกค้า หลายร้านขายสินค้าเหมือนกัน สรรพคุณแบบเดียวกัน แล้วจะทำอย่างไรให้ร้านของคุณโดดเด่นท่ามกลางร้านค้าต่างๆ ดี? คำตอบคือการเลือกรูปสินค้านั่นเอง รูปเพียงหนึ่งรูป สามารถแทนคำอธิบายได้เป็นพันคำ รูปสินค้าถือเป็นสิ่งแรกที่ผู้ซื้อให้ความสนใจ รองลงมาคือราคาและคำอธิบายสินค้าใต้รูป ดังนั้นในการขายของออนไลน์ คุณควรให้ความสำคัญกับรูปที่จะลงขาย เลือกรูปที่มีความคมชัด เห็นรายละเอียดสินค้า ไม่ใช่รูปที่ดูเบลอๆ ไม่ชัดเจน

 พ่อค้าแม่ค้าหลายๆ คนเริ่มธุรกิจขายของออนไลน์ด้วยการขายของแบบพรีออเดอร์ นั่นหมายความว่าจะไม่มีสินค้าจริงอยู่ที่ตัว ทำให้ไม่สามารถมานั่งถ่ายรูปหรือจัดแสงมุมต่างๆ เองได้เลยต้องพึ่งรูปจากอินเตอร์เน็ตมาใช้ในการโปรโมทสินค้า  ข้อดีคือใช้ต้นทุกต่ำ ไม่ต้องลงทุนสต็อคของเอง แต่ข้อเสียคือรูปที่หามาได้จะคล้ายๆ กันหมดตามท้องตลาด ปัจจัยที่ผู้ซื้อใช้ตัดสินใจในการเลือกซื้อจากร้านใดร้านหนึ่งจึงกลายเป็นเรื่องของราคาไปแทน ดังนั้นควรเลือกใช้รูปภาพที่ดึงดูดความสนใจ ทำให้รูปภาพดูแตกต่างจากร้านขายของออนไลน์ทั่วไปด้วยการตกแต่งรูปภาพ

KUU เข้าใจ ว่าหลายๆ คนอาจไม่มีพื้นฐานในการใช้งานโปรแกรมตกแต่งภาพ แต่ไม่ต้องกังวล เพราะคุณสามารถทำรูปภาพสำหรับขายของออนไลน์ได้ในเวลาไม่กี่นาทีด้วย KUU Creator โดยเลือกรูปภาพจากสต๊อกที่ตัดไดคัทมาให้แล้วนับพันรูป หรือจะเลือกตัดไดคัทลบพื้นหลังออกจากรูปสินค้าที่ต้องการเองเลยก็ได้ด้วยเทคโนโลยี AI คุณสามารถประกอบภาพเสร็จภายในเวลาอันสั้น ได้รูปที่สวยงามเป็นเอกลักษณ์เพิ่มความโดดเด่นให้สินค้าด้วยตัวคุณเอง  ใครไม่มีพื้นฐานการแต่งรูปเลยก็ทำได้! และยังเปิดให้ทดลองใช้งานได้ฟรีอีกด้วยนะ

3. โฆษณาโดยใช้ Social media

โฆษณาเมื่อหลายสิบปีก่อนมักอยู่ในทีวี วิทยุ หรือตามสื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ แต่ด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนไป พฤติกรรมการใช้ชีวิตและไลฟ์สไตล์ของคนเราก็เปลี่ยนไปเช่นกัน คุณเองก็คงเคยเห็นโฆษณาผ่านทาง Social media ใช่ไหม? กำลังเล่น Facebook หรือ IG อยู่ ก็มีสินค้าต่างๆ ที่คุณอาจสนใจเด้งขึ้นมา ดู YouTube กำลังเพลินๆ โฆษณาก็เด้งขึ้นมาอีกเหมือนกัน การขายของออนไลน์ในปัจจุบันก็มีช่องทางโปรโมทสินค้าที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น 

ขอยกตัวอย่างแพลตฟอร์มยอดฮิตสำหรับพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ในไทย หลักๆ คือ Facebook ซึ่งข้อมูลจาก Facebook เองกล่าวว่า ในทุกๆ วันมีผู้ใช้งานกว่า 1.79 พันล้านคน คำถามคือจะทำยังไงให้คนที่เป็นกลุ่มเป้าหมายเห็นสินค้าของคุณ ก็ด้วยการยิงโฆษณาโปรโมทใน Facebook นั่นเอง หากยิงโฆษณาตรงตามกลุ่มเป้าหมาย โอกาสที่ผู้ซื้อจะเปิดใจเลือกสินค้าของคุณก็ยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้น ถือว่าเป็นวิธีที่ทำให้คนรู้จักสินค้าคุณอย่างได้ผลและสะดวกสบายเลยทีเดียว

แต่ขอกระซิบบอกว่า Facebook นั้นมีกฎกติกา มีการปรับเปลี่ยนอัลกอริธึ่มอยู่บ่อยครั้ง ดังนั้นการปรับตัวจึงเป็นเรื่องสำคัญสำหรับการขายของออนไลน์ คุณควรใส่ใจในการสร้างคอนเทนต์ ไม่ทำอะไรที่ขัดต่อกฎของ Facebook และควรมองหาช่องทางการยิงโฆษณาบนแพลตฟอร์มอื่นๆ ด้วย เช่น Instagram, TikTok หรือ YouTube เพื่อหาฐานลูกค้ารายใหม่ๆ เป็นการเพิ่มโอกาสให้มีคนซื้อสินค้าคุณยิ่งขึ้น

Photo by Carlos Muza on Unsplash

วิธีข้างต้นนั้นเป็นวิธีในการขายของออนไลน์อย่างไรให้มีคนซื้อ ที่ KUU ได้รวบรวมมาให้สำหรับพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์มือใหม่ทั้งหลาย นำไปปรับใช้กันได้นะ 💛